บทกวี น้าโอ๊ะคมกฤช
จันทราสา
1
2
อุษณีย์
โสภา เสาวลักษณ์ บุปผชาติ เอมอร มเหสักข์
ประเสริฐศักดิ์
อุกฤษฏ์ อัปสร ทิวลักษณ์ มนุษย โลกา
วิลาวัณย์
ล้ำเลิศ คุณากร โลกบาล ดื่มด่ำ บุษบา
ประดุจพร
เทวัญ รมณี ดุจหยีหวา มาณพ ศันสนีย์
----- -----
มงกุฎงามซึ่งมีลักษณะดีแห่งอำนาจสูงสุด เหล่าบรรดาดอกไม้ ล้วนมีความงดงาม
ย่อมคู่กับเหล่านางฟ้าผู้งามยิ่ง อ่อนหวานแด่เทวดาผู้ใหญ่
ประเสริฐด้วยคุณงามความดี ที่อยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า
เหมือนดั่งคำปรารถนาดีของชาวหมู่เทพ ซึ่งแตกต่างจากโลกมนุษย์
ซี่งประทานให้แด่ ผู้หญิง.. แต่ยังมีเทวดาลงมารักษาโลกในสี่ทิศ
ได้ซาบซึ้งชื่นชมเหล่าบรรดาดอกไม้
ดุจดวงชีวิต
เหมือนเช่นผู้ชายได้หมายชม..
3 4
นิรุมล
สิวะ วรุณี อัจฉรา สัคคะ ดาวดึงส์
ลักษมี
มาโนชญ์ ปณิธาน ตละอนึ่ง
มหิทธิ เจษฎา
มธุรส
พิสุทธิ์ ศฤงคาร
เทพารักษ์
ปริฉัตร จิตรลดา
ชัชวาล
พหล บริบูรณ์
รจนา อำไพ อภิรมย์
----- -----
หญิงงามผู้มีสิริแห่งความดี นางฟ้าที่อยู่บนสวรรค์ชั้นที่สอง
ดั่งเทพีแห่งหล้า
ย่อมมีโชคซึ่งเป็นที่พอใจ ที่มีพระอินทร์ครอง ดุจประการหนึ่ง
สมความปรารถนาดั่งที่ตั้งใจไว้ ซึ่งมีฤทธิ์มากแห่งผู้เป็นใหญ่ที่สุด
เหมือนดั่งผู้มีรสหวานบริสุทธิ์ ซึ่งมอบอำนาจให้เหล่านางฟ้า
ทำหน้าที่
เป็นสิ่งทำให้เกิดความรักและรุ่งเรือง ดูแลรักษาเหล่าต้นไม้สวรรค์ในสวน
มากด้วยคุณสมบัติอย่างพร้อมพลัน พระอินทร์ ตกแต่งให้ความงดงามอย่าง
น่ายินดี
5 6
พิชญ์ปรีชา
ปวิธ กิตติคุณ สุนทรี เมธา
อดิศร
จรัสบุญ
วิญญู โกญจนาท
บุษกร ไพสิฐ
บริพาร
ชลธี
ธรา ธรรมวิลาส
วิริยะ พุทธิ ไชยธาร
วิศิษฏ์ปราชญ์
เกรียงไกร จินต์ทุกร พจมาน เดโช นลินี
-----
-----
ผู้เป็นบัณฑิต
ย่อมมีความรู้ ความสามารถ หญิงงามผู้มีปัญญา ย่อมเป็นใหญ่
เป็นอย่างสูง
ได้สร้างชื่อเสียงให้เลื่องลือ เหมือนดั่งดอกบัวสีน้ำเงิน
ด้วยแสงสว่างแห่งคุณงามความดีดั่งปราชญ์ ประเสริฐด้วยผู้ห้อมล้อมติดตาม
ซึ่งมีความกึกก้องไกลทั่วพื้นน้ำและแผ่นดิน ซึ่งความเก่งกล้าทางสติปัญญา
ด้วยความถูกต้องอย่างงดงามยอดเยี่ยม
ย่อมดีกว่าซึ่งควรทรงไว้
ดั่งปราชญ์ที่ใหญ่ยิ่ง
คิดในสิ่งที่ทำได้ยาก.. ดั่งคำพูดที่เปล่งออกด้วยอำนาจ
ให้กับหมู่บัวต่างๆ
7 8
รังสิมันต์
ประลุ โลกธรรม บิตุรงค์ มาตา อภิวาท
คุรุกรรม
พินิจ อัจจิมา ภวนาท นมะ กุลธิดา
บันดาลชีพ
ขบวร ลัคนา กุลบุตร ดนู จิตต์วิภา
ปรารถนา
ประทาน มโนมัย ดุจธารา อาสิญจ์ กตัญญู
----- -----
ผู้มีแสงสว่าง
ย่อมบรรลุถึงวิถีทางแห่งโลก ผู้เป็นพ่อและแม่ ย่อมคู่ควรกราบไหว้
ซึ่งมีหน้าที่แห่งครูแนะนำสั่งสอน คือผู้เป็นที่พึ่งแก่การเคารพ นอบน้อม
ให้ไฟสว่างเกิดขึ้นในชีวิต
ประดับไว้ ของลูกหญิงและลูกชายผู้มีสกุล
เป็นมงคล
สำหรับลงมือทำการใดๆ แด่ข้าพเจ้า ผู้มีใจใสสว่าง งดงาม
ตามความต้องการให้สำเร็จด้วยใจ.. เหมือนดั่งแม่น้ำ รดหลั่งรู้คุณท่าน..
9
10
ยุวดี
ยุวา อภิชาต ชวลิต ธานินทร์ นรเศรษฐ์
เสาวภาคย์
บาเรียน เพียรราศี ปรเมษฐ์ ธาดา มธุกร
วิทยา
ประภาส กรสุธี นิรมิต พุฒิ ทิฆัมพร
สุปาณี
ประสิทธิ์ อภินันท์ ภูวนาถ ประภัสสร ปวงประชา
-----
-----
หญิงสาวและชายหนุ่มผู้เกิดดี ความรุ่งเรืองแห่งเมืองใหญ่
มีตระกูล
ย่อมมีโชคได้คงแก่เรียน ซึ่งมีพระราชาคือผู้สูงสุดดั่งพรหม
บากบั่นให้เกิดความสง่างามแก่ตนเอง เป็นผู้สร้างทำให้หวาน…
ด้วยความรู้แห่งแสงสว่าง บันดาลให้เกิดขึ้นด้วยความเจริญมั่งคั่ง
และมือของผู้ทำดั่งคนมีปัญญา ทั่วทั้งแผ่นฟ้าและพื้นแผ่นดิน
มีฝีมือ
ทำให้สำเร็จยินดียิ่ง.. คือผู้เป็นที่พึ่งแห่งแสงบริสุทธิ์
แด่เหล่าหมู่คน..
11 12
รัมภา
เทวะ ไพบูลย์ ดนุ ยุพ สุชน
จรูญ
วิสุทธิ์ ภูษิต โกศล ขจี ประจักษ์
คันธ
กุสุม โศภิษฐ์ พุทธิ ประเวศน์ ดลตรัส
ครรชิต
ประภาพ ภิญโญ นิทัศน์ วิโรจน์ กรณีย์
----- -----
นางฟ้าและเทวดาย่อมมีความเต็มเปี่ยม ข้าพเจ้าหนุ่มสาวผู้ประพฤติดี
อย่างงดงาม
บริสุทธิ์ สะอาด ฉลาดงามสดใสและชัดเจนแห่งปัญญา
ด้วยเครื่องประดับและกลิ่นหอม
ดั่งการเข้าถึงชั้นคำพูด
ยกตัวอย่าง
ของดอกไม้อย่างงามยิ่ง นำมาให้เห็นเป็นอุทาหรณ์
กึกก้องด้วยฤทธิ์ยิ่งขึ้นไป.. สว่างใสด้วยกิจอันพึงทำ..
13 14
ทิวา ชะตา ไกวัล เทพบุตร เทพธิดา
ภพกัลป์
วรุณ คงคา หรรษา รื่นรมย์ ตละกานท์
พหุ
สุนันท์ นิภา พินิต ประโมทย์ บันดาล
สุธา
เทวัญ สมบูรณ์ วิธาน นิพัทธ์ จงกล
----- -----
วันเวลากำเนิดของคนชั้นสวรรค์ เทวดาผู้ชายและนางฟ้าเทวดาผู้หญิง
ลงมาแผ่นดินโลกในยุคเวลาหนึ่ง ต่างรื่นเริงยินดีสบายใจด้วยความบันเทิง
ที่มีเทวดาแห่งฝนคือพระพิรุณให้น้ำมาก แห่งเจ้าบทกลอน
เป็นที่น่ายินดีเทียมเสมอน้ำอมฤต ที่สั่งสอนด้วยความปลาบปลื้มใจ
หรือน้ำทิพย์ของหมู่เทพชาวสวรรค์ ให้เกิดขึ้นบังคับเป็นเนืองๆ
ที่เต็มเปี่ยมด้วยความบริบูรณ์.. เช่นดอกบัวเริ่มบาน..
15
16
สองไม้
วสันต์ ไพจิตร ไพชน วิรุฬห์ อาคม
วิกสิต
นิกร ปักษี อุดม สิทธา มรุ
มุทา
กรรแสง สุปรีดิ์ ประทับ วนา จตุ
โศภี
โฆษิต บรรเลง อังศุ มานะ สิขา
----- -----
ทำนองเพลงแห่งฤดูใบไม้ผลิ ที่ปราศจากคนซึ่งเงียบสงัด
ย่อมมีความงามแย้มบานให้หมู่สัตว์ปีก ย่อมเจริญงอกงามการเวทมนต์
เช่นนกทั้งหลาย
ได้สุขใจส่งเสียงร้อง บริบูรณ์สูงสุดเช่นฤษี ดั่งเทวดาจำพวกหนึ่ง
ด้วยความยินดีดังกึกก้องด้วยบทเพลง.. ที่อยู่ในป่าทั้งสี่
บนแนวทาง
แห่งการตั้งใจจริงปฏิบัติด้วย
ศีล สมาธิ..
17 18
อัสสุ
วธู โมหันธ์ กระแส
ชีวัน บรรดา
บังคัล
กำสรวล โศกา อปรา อาสัญ สกล
ปิย
นิราศ มายา วัคคีย์รุกขา จำนน
พิมพา
สาไถย ภวังค์ โกมล เศร้าโศก เพลา
----- -----
น้ำตาของหญิงสาวที่มืดมนด้วยความหลง เส้นทางของสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย
เฝ้าคร่ำครวญร้องไห้ต่อคนที่รักซึ่งได้จากไป ย่อมพ่ายแพ้ต่อความตายทั่วกันทั้งหมด
เหมือนดั่งการล่อลวงด้วยเล่ห์กลร้าย แม้ในหมู่ต้นไม้
ยังแพ้และไม่มีทางสู้
ดุจปลาฉลามซึ่งทำให้หลงเข้าใจผิด ดอกบัวที่บานอย่างงดงาม
โดยไม่รู้สึกตัว.. ยังเหี่ยวแห้งตามคราวเวลา..
19 20
วรรษา
ยรรยง ฉมา โกสินทร์ ศิวะ เทพินทร์
ผกา
อร่าม สุคนธ์ มุนินทร์ อริยะ ภิกษุ
ภมร
มธุ มณฑล เทเวศร์ นฤมิต ตนุ
โศภณ
พิพิธ พิศวง อินทุ อังคาส กุศล
----- -----
ฤดูฝนแห่งปี
ย่อมให้ความงามทั่วพื้นแผ่นดิน พระอินทร์ พระอิศวร
ซึ่งเป็นจอมเทวดา
มวลดอกไม้งดงามแพรวพราวส่งกลิ่นหอม แต่จอมนักปราชญ์
ผู้บรรลุถึงธรรมวิเศษ
หมู่แมลงภู่ผึ้งได้น้ำหวาน
และทั่วทุกแคว้น แห่งพระผู้ชายในพระพุทธศาสนา
ซึ่งมีความงดงามแตกต่างกัน ซึ่งเทวดาผู้ใหญ่ได้แปลงเป็นคน
เช่นข้าพเจ้า
อย่างน่าแปลกประหลาดใจ.. ในวันพระจันทร์เต็มดวงเหลืองอร่าม
ได้นำอาหารมาถวายให้แด่พระ
เพื่อเสริมบุญไว้ให้ใหญ่หลวง..
21 22
อังคณา
นงลักษณ์ สุวิมล ชิโนรส ทชี กายสิทธิ์
อภิรมย์
สุทัศน์ นิรามัย ศุภนิมิต สุนทร มโนภาพ
กมลาศ
ปริย เทวลัย อิทธิฤทธิ์ คุปะ นีรนาท
อดิศัย
ภัคฉันท์ บริบาล นิราพาธ นรา พุทธคุณ
----- -----
ผู้หญิงซึ่งมีลักษณะดีบริสุทธิ์แท้ พระสงฆ์
หรือนักบวชผู้มีฤทธิ์เดช
ย่อมยินดีงดงามอย่างเป็นสุขสบายใจ ต่างๆอยู่ในตัว
ดั่งฤกษ์เวลาดีงาม
ดั่งที่รักซึ่งสมมติว่า
เป็นที่อยู่ของเทวดา คิดให้เห็นเป็นภาพขึ้นในใจ
ประเสริฐด้วยความเจริญ ด้วยอำนาจแห่งความศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
เป็นเกียรติยินดีแก่การรักษาคุ้มครอง.. กึกก้องปราศจากความเจ็บไข้ให้แด่คน
ดุจดั่งคุณของพระพุทธเจ้า..
23 24
นัยนา
จารุ พรรณราย เทพย ศุภางค์ พจมาน
ทัศไนย
ประภา อังศุธร ธรรมสาร บรรยาย อมรา
อานุภาพ
เดชะ ทานต์ลังลอง อวิโรธน์ รังสฤษฏ์
อัจจิมา
อรชร
ชุติ มิตรจิต เสาวภา ภิญโญ จักรวาล
----- -----
ดวงตาซึ่งงามน่ารักดุจทองคำเลื่อมระยับ เทวดาผู้มีรูปงามและคำพูด
ผุดผ่องงามน่าชม
ดั่งแสงสว่างแห่งดวงอาทิตย์ อันมีสาระแห่งธรรม
ที่มีฤทธิ์อำนาจดุจความยิ่งใหญ่ สอนกล่าวให้ผู้ซึ่งไม่ตายเช่นเทวดา
ดั่งไฟในใจที่สุกใสเย็นงามสว่างไสว ไม่ให้ประพฤติผิดธรรม
ด้วยน้ำใจที่เอื้อเฟื้อต่อเพื่อนมนุษย์.. และสร้างให้รุ่งเรืองงาม
ยิ่งขึ้นไปทุกหมู่เหล่า..
25 26
บุพกรรม
ดำเนียร ปฏิปทา พิทยาธร
ประพัทธ์ อภิราม
ชุติมา
พิศุทธิ์ ธีรภาพ มหกรรม สวรรค์ เทพประนัง
บุญราศี
ธน ทุกขลาภ นฤโฆษ วาทิต ตรูตรังค์
ทานประภาษ
สุคันธ์ อดีตภพ พจน์วิภังค์ นิธิ สุธาโภชน์
----- -----
กรรมที่ทำไว้แต่ปางก่อนในครั้งที่ผ่านมา เทวดาผู้มีหน้าที่เล่นดนตรีบนสวรรค์
ด้วยความประพฤติดำเนินทางซึ่งรุ่งเรือง ย่อมมีความผูกพันเป็นที่น่ายินดียิ่ง
แห่งความดีที่มั่นคง
ดั่งกองบุญแห่งทรัพย์สิน ดั่งการฉลองบนเมืองฟ้าของโลกเทวดา
ซึ่งจำต้องรับทุกข์เสียก่อนจึงจะมีโชคลาภ ที่มาประชุมโดยพร้อมกัน
ดั่งการให้บอกด้วยกลิ่นหอมในชาติก่อน.. ด้วยเสียงดังกึกก้องของดนตรี
งามดั่งเป็นลูกคลื่นเหมือนการพูดอ่าน
พระคัมภีร์ที่เป็นขุมทรัพย์
เช่น อาหารอันเป็นทิพย์..
27 28
กมลา
ลำเพา ทรรศนีย์ นครินทร์ ศุภ วิญญูชน
เมธาวี
รงรอง จำนรรจา นฤมล บรรเจิด ศศิธร
สุภาพชน
วิบูลย์ ครุวนา สิทธิโชค ชนินทร์ อนุจร
มรคา
ประพฤทธิ์ ผาติกรรม ประภากร พิสิฐ กิดาการ
----- -----
นางงามผู้เลอโฉมน่าดูชมดั่งคนมีปัญญา เจ้าเมืองผู้มีความดีงาม
เฉลียวฉลาดรุ่งเรือง
ดั่งคำพูดของผู้ดีมีเกียรติ ดั่งผู้รู้ผิดรู้ชอบอย่างไม่มีมลทิน
มากเต็มไปด้วยคำแนะนำเปรียบเทียบ สูงเด่นงามเฉิดฉายเช่นดวงจันทร์
ให้เห็นช่องทางที่รุ่งเรืองงอกงาม แห่งฤกษ์ยามที่จะนำความสำเร็จมาให้ และทำให้เจริญขึ้น.. คือผู้เป็นใหญ่ในหมู่คนมีผู้ติดตามทำให้สว่าง ประเสริฐด้วยการสรรเสริญ..
29 30
ธราดล
สินธุ พฤกษชาติ รัชนี ผกาย รัศมี
อัตภาพ
มหันต์ บริพัตร ศิขรี โพยม กัมปนาท
ทิวกาล
ราตรี นิศารัตน์ พัชนี ประเวศ ศูนยภาพ
นักษัตร
รวี อาตมัน โลกธาตุ สกาว ศีตกาล
----- -----
พื้นแผ่นดิน
แม่น้ำ และเหล่าต้นไม้ ในค่ำคืนเวลามืดมีดวงดาวทอแสงสว่าง
ล้วนมีความเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ อยู่เหนือภูเขา บนท้องฟ้ามีเสียงหวั่นไหว
หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงทั้งกลางวัน พัดเข้ามาด้วยความว่างเปล่า
และกลางคืน
ซึ่งมีพระจันทร์ พื้นแผ่นดินขาวสะอาด
และหมู่ดาวฤกษ์ต่างๆ
รวมทั้งพระอาทิตย์ เมื่อยามเข้าฤดูหนาว..
ที่มีความเป็นสากลยิ่ง..
31 32
สุบิน ตระกัด สัมฤทธิ์ สากล
ทุรัศ สาคร กมล อาสา
วิธู อัมพร ประสาธน์ พฤฒา
ศิขร ปรีดี วิชา รจิต
----- -----
ความฝันที่ใคร่อยากยินดี ความสำเร็จเป็นที่นิยมกันทั่วไป
แม้ไกลดั่งแม่น้ำหรือทะเล เหมือนดั่งดอกบัวที่บานอยู่ในใจ
เช่นพระจันทร์บนท้องฟ้า ดั่งความหวัง
ทำด้วยความเต็มใจให้สำเร็จ
ถึงสูงเทียมยอดเขา เจริญมั่นคงด้วยความรู้ที่ได้เล่าเรียนมา
ก็ไขว่คว้าแค่การปลื้มใจ.. ประดับเรียบเรียงให้งดงาม..
33 34
ดนุช บุตรี เพาพาล กำลูน
ชุลี มาตุ กระบูร จินดา
บิดร คุรุ บวร โศภา
จักษุ รุจี บุหงา โดรธรรม์
----- -----
ลูกชายและลูกหญิง หนุ่มสาวผู้งดงามน่าเอ็นดู
ต่างประณมมือไหว้ ประดับแต่งด้วยความคิด
แด่ผู้เป็นพ่อและแม่ ดั่งแก้วมีค่า
หรือคุณครูผู้อบรมสั่งสอน ประเสริฐล้ำเลิศดีงามเช่นดอกไม้
ให้ดวงตามีแสงสว่างด้วยความรุ่งเรือง.. ส่งกลิ่นหอมด้วยความดี..
35 36
วิรุฬห์
หทัย
ปีติ ฤดี
โภไคย
ไพโรจน์ ปรานี ศรีกานต์
ผาติ
มโนช
วหา วิญญาณ
เพ็ญโพธ
มานพ สุพรรณ สาตภาคย์
----- -----
ความเจริญงอกงามแห่งจิตใจ การอิ่มใจด้วยความยินดี
เหมือนดั่งทรัพย์สมบัติรุ่งเรืองเจริญขึ้น ย่อมเผื่อแผ่เอ็นดูให้ความเจริญสุกใส
ซึ่งเกิดขึ้นในใจ
เหมือนดั่งความรัก ซึ่งเป็นที่รักเหมือนดั่งแม่น้ำ
ที่เต็มเปี่ยมด้วยความเข้าใจ ทำให้จิตใจได้รับความรู้สึกเช่นทองคำ
ให้แด่คน.. เป็นที่พอใจดั่งการมีโชค..
37 38
ประทีป วิทิต วิทูร ประพิณ
โกวิท ครุ วศิน อิทธิ
เมธี กรรตุ มโน ศศิ
ประทุ บรรยาย ชำนิ ชุณห
----- -----
ตะเกียงที่มีความสว่าง ความมีปัญญา
มีฝีมือ
ดั่งผู้คงแก่เรียนชำนาญรอบรู้ ย่อมเป็นผู้สำรวมกาย
เช่น
คุณครูหรือนักปราชญ์ ดั่งมีฤทธิ์อำนาจอยู่ในใจ
คือ
ผู้ทำแตกออกด้วยการสอน.. เช่นดวงจันทร์
ที่เชี่ยวชาญรู้ชัดเจนสว่าง..
39 40
นิรา
อัมพา อุธัจ กระหน ฑาหะ
กานดา
มานมิตร ภุญช พิลาป สังหรณ์
สติ
ภาษิต วิจุณ มานัส รุทร
เนืองนิจ
พะวง นิวรณ์ จรส รพี
----- -----
การจากไปต่อหญิงดี ความฟุ้งซ่านกระวนกระวาย
ผู้เป็นที่รักในดวงใจ
รักใคร่และคุ้นเคย ดั่งความร้อนกัดกินเป็นอาหาร
ด้วยความรู้สึกในคำกล่าวที่มีคติ คร่ำครวญด้วยเสียงบ่นเพ้อ
เสมอด้วยความกังวลและห่วงใย.. รู้สึกคล้ายมีอะไรมาดลใจให้เกิดขึ้น
จนป่นแหลกในจิตใจ อย่างน่ากลัว
เหมือนสิ่งดึงดูดจิตใจมิให้บรรลุ
ถึงความดีที่แจ่มแจ้งสว่างดั่งดวงพระอาทิตย์
41 42
กิตติ
ศงกา รัญจวน หึงสา วัลลภ อสัญ
ประชวร
มุนี มหัล
ประหาร บีฑา ฉกาจ
นิพพาน
สังวร อาสัญ
สรรพางค์ พาฬ ประมาท
ยุคันต์
ภาณุ ศรัทธา
มนท์ศาสตร์ โทสะ วิกฤติ
----- -----
คำเล่าลือ
จากความสงสัยสะเทือนใจ การทำร้ายคนรัก
ด้วยความไม่รู้สึกตัว
ด้วยความกระสันถึงอาการเจ็บป่วยของพระสงฆ์ เหมือนดั่งการขาดสติ
เข่นฆ่า ทำลายล้าง
แห่งนักปราชญ์ผู้ใหญ่ ให้ได้รับความเจ็บปวดอย่างเก่งกาจ
ซึ่งสูงอายุใกล้ดับกิเลสแห่งกองทุกข์ และดุร้ายทั่วทั้งตัว
ดุจสัตว์ร้าย
ด้วยความสำรวมต่อความตายเป็นที่สุดแห่งยุค ที่ขาดความระมัดระวัง
โง่เขลา เบาปัญญา
ซึ่งมีแสงสว่างแห่งการเลื่อมใส.. หาความรู้ไม่ที่ใช้ความโกรธถึงขั้นอันตราย..
43 44
พจี
ขจิต สุขุม มุนินทร์ นิโรธ โพธิ
โกสุม
บรรยง มานุษ ธิติ วิภาส ศาสนา
กนก
โอภาส พิสุทธิ์ อรหันต์ โกมุท ธารา
วิพุธ
ภาษณ์พจน์ สันติ วิภาดา รวิ อนันต์
----- -----
ถ้อยคำที่ประดับด้วยปัญญา พระพุทธเจ้าแห่งจอมนักปราชญ์
แห่งความรอบคอบ ผู้มีความดับขันสู่นิพพาน
ดั่งดอกไม้ให้ความงดงามแด่คน ซึ่งตรัสรู้ด้วยปัญญา ทรงไว้ซึ่งความสว่าง
ดุจทองคำสว่างสุกใส
บริสุทธิ์ ในหลักคำสอนของผู้สำเร็จธรรมวิเศษ
คือผู้รู้จักการพูด
ด้วยถ้อยคำให้ความสงบ.. อันสูงสุด ดั่งดอกบัวเหนือสายน้ำ
ดั่งความสว่างของดวงอาทิตย์ที่ไม่สิ้นสุด..
45 46
ไผท
ศิงขร นที สันโดษ พฤฒิ วิรัต
ทวี
วิบูลย์ ธัญญาหาร อาพัทธ์ ประกฤติ จารี
วัสสะ
ตฤณ กุสุมาลย์ นิยม กระยา ศักดิ์ศรี
สังวาล
ประไพ สภาพ อินทรีย์ รักตะ ยุบล
----- -----
แผ่นดิน
ภูเขา แม่น้ำ เพิ่มพูนมากขึ้น ความพอใจที่ตนมีอยู่
เต็มไปด้วยพืชอันเป็นอาหารแห่งฤดูฝน ย่อมมีความสมบูรณ์และไม่ไยดี
ต้นหญ้า
และเหล่าดอกไม้ต่างๆ เกี่ยวพันกับกฎเกณฑ์ ต่อเครื่องใช้ สิ่งของ
เหมือนดั่งเครื่องประดับให้ความงดงาม-- เครื่องกินและเกียรติ
ศักดิ์
ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ.. ให้ต่อร่างกายและจิตใจ
มีความรักใคร่ทุกๆเรื่องราว
47 48
มรรคา เทศก บรรสาน ดำเกิง เมลือง อุษา
พากย์พาน
นิวัฒน์ กำธร รุขา ภาสกร ฤทัย
นิยาม
พรรณนากร พรรษา ทรัพย์ โรจน์วิไล
วิวรณ์
จักขุ ภาพพรรค์ วิสัย ภิญโญ เศรษฐี
----- -----
ทางแห่งเหตุผล
ซึ่งผู้ชี้แจงแสดงคลี่ออก ความรุ่งเรืองสูงขึ้นงดงามสุกใสเปล่งปลั่ง
ด้วยคำพูดปะทะกลับสะเทือน
หวั่นไหว ดั่งแสงเงินแสงทองในเช้าของวันใหม่
อย่างมีวิธีกำหนด
กล่าวให้ผู้ฟังเห็นภาพ เหมือนต้นไม้ได้รับแสงอาทิตย์
ชองผู้ทำซึ่งเปิดเผยไขความให้ดวงตา เหมือนจิตใจมีความรู้สึกชุ่มชื่นในฤดูฝน
เห็นรูปที่ปรากฎอย่างเป็นหมวดเป็นหมู่.. ด้วยสมบัติพัสถานเงินตราต่างๆ
ที่รุ่งเรืองสว่างงามในความเป็นอยู่ยิ่งขึ้นไป
ด้วยความมั่งมี..
49 50
ไพพรรณ
คิรี อัมพุ เยาวมาลย์ พิมล สมฤดี
ตรุ
มาลี เวหา ทัศนีย์ ชีวาตม์ เกษมสันต์
ศศิน
ภากร ดารา เสาวคนธ์ บุปผ
รูปพรรณ
รุจา
โสภณ นิรันดร วิไลวรรณ จำรัส อดีตกาล
----- -----
สีต่างๆ
ของภูเขา แม่น้ำ ต้นไม้ หญิงสาวสวยที่ปราศจากมลทิน
ดอกไม้
ท้องฟ้า ดวงจันทร์ ย่อมผุดผ่องใส ดั่งความรู้สึกตัว
พระอาทิตย์
และเหล่าดวงดาว ดูน่างดงามในชีวิตของตน
ที่รุ่งเรืองสดใสสว่าง ด้วยอารมณ์น่าชื่นชมยินดีมีกลิ่นหอม
ต่างมีความงามอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน.. ดั่งดอกไม้ที่มีรูปและสีอันมีค่า
เป็นเครื่องประดับงามด้วยสีผิวสว่าง
แห่งเวลาที่ล่วงเลยแล้ว..
51 52
กฤติยา
จามร ชฎาธาร วิวาหะ สมโภช มานวิกา
คัคนานต์
บุหลัน ทัศนา ภวนา ยุวาน ชโลทร
ดุษฎี
ภาคภูมิ เพาพะงา กามเทพ พยาน คุปต์อาภรณ์
วิภูษา
ฤาทัย มหรรฆ ทิวากร นิศา ศุภนิมิต
----- -----
เกียรติ
ซึ่งเป็นเครื่องสูงชนิดหนึ่ง การแต่งงานสมรส
ทรงไว้ซึ่งชฎา
ดั่งฟ้ามีเหล่าดวงเดือน ร่วมงานเลี้ยงฉลองความยินดี
เป็นเครื่องรู้เห็น
เช่นความชื่นชมยินดี แด่หญิงสาวซึ่งจิตใจ
มีสง่างามที่เป็นเครื่องประดับแต่ง
. ได้เกิดตั้งความปรารถนากับชายหนุ่ม
ให้ความรู้สึกมีค่ามาก ไว้กว้างไกลอย่างแม่น้ำและทะเล
ซึ่งได้เชิญเทพเจ้าแห่งความรัก
เป็นสักขีรู้เห็นเหตุการณ์และรักษาคุ้มครอง
ประดับไว้ทั้งกลางวัน กลางคืน
และทุกๆ เวลาให้ดีงาม..
53 54
เอกัคตา
ประเทือง เนียรทุกข์ จิตรกร ชีว สมถะ
วิรุธ
สถานะ หฤหรรษ์ จริย วิจิตร อลังการ
อนัตตา
มงคล พรสวรรค์ อสัมภิน สาทิสลักษณ์ บงคราญ
บริพันธ์
ชาคริต จิตนิตย์คุณ วรทาน สามิต พิสมัย
----- -----
ความมีจิตใจแน่วแน่อยู่ในอารมณ์เดียว ช่างวาดภาพที่มีความเป็นอยู่อย่างสงบ
ทำให้ดีขึ้นด้วยความไม่มีทุกข์ ด้วยจิตกิริยา และความประพฤติ
พึงน่าสงสัยในความเป็นอยู่ ที่งดงามหยดย้อย ดั่งการตกแต่ง
อย่างรื่นเริงยินดีที่ไม่ใช่ตัวตน ที่ไม่แตกต่างกับภาพเหมือน ซึ่งดูงดงาม
แต่เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความเจริญ ดั่งการให้เป็นของขวัญแด่ตนเอง
คือความสามารถที่มีมาแต่กำเนิด ที่มีความเป็นเจ้าของด้วยความรักและชื่นชม..
ผูกแต่งด้วยความตื่นระวัง
ให้จิตใจมีความสม่ำเสมอ
เกื้อกูลด้วยความดี..
55 56
สัจจะ
แดดาล ประสา ชีวัน ลัชชี วัณนา
วิธา
หิริ ประทุษ มุทธา ศีลศานต์ มุติ
นยักษ์
จลนาศ วิมุต ประจาค มิจฉา อัคนิ
อาวุธ
วาจา ริษยา คิริ พาธา ฑาหก
----- -----
ความจริงที่เกิดขึ้นในใจ ชีวิตของผู้มีความละอาย
ตามปรกติของวิสัยที่เป็นไป ย่อมมีคำชี้แจงที่สุดแห่งทางประพฤติ
ย่อมมีความละอายต่อบาป ในทางศาสนา
ด้วยคำสงบ
ที่ได้ทำร้ายเบียดเบียนให้ต้อยต่ำลง ในความรู้สึกที่สละให้ต่อความผิด
สั่นไหวด้วยความเสื่อมเสีย ซึ่งเป็นดั่งไฟไหม้ภูเขา
ดั่งการทำลายให้หลุดพ้น เหมือนความทุกข์ที่ตนเองเป็นผู้เผา..
ด้วยเครื่องประหารของคำพูด
คำกล่าว
ด้วยความไม่พอใจให้คนอื่นได้ดี..
57 58
ศักดา
รัตนากร ธาษตรี สยาม พิหาร
บวร
ศรีลาภ มโนรมย์ ไพศาล ขลัง อารยะ
อดิศวร
ปฏิคม วิเนต สิทธารถ ปาถะ
ตะบม
มานิต วิศาล คมนะ สมโพธิ ธรรมบท
----- -----
อำนาจเงินทองประเสริฐล้ำเลิศ แผ่นดินประเทศไทย ซึ่งมีวัด
เป็นสิริมงคล
รุ่งเรืองด้วยสิ่งของที่ได้มา เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป
โดยไม่คาดคิด ซึ่งกว้างใหญ่ด้วยแรงศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งเป็นที่ชอบใจ
แด่ผู้เป็นเจ้า เป็นใหญ่ เจริญคำแนะนำสั่งสอนอบรม
ที่มีผู้ดูแลต้อนรับ
ไม่หยุดหย่อน แห่งนามพระพุทธเจ้า ซึ่งมีพระคัมภีร์
คือผู้ที่ผู้คนยกย่องนับถือ ดุจการไปถึงการตรัสรู้
เป็นพระพุทธเจ้า..
อย่างกว้างขวางแผ่ออกไป..
59
60
อาจารี
หิตะ มรคา วินิบาต สังหาร อันตขษัย
วาสนา
เถกิง อุสาหะ อจินไตย บังวาย พาลพิษสง
คุณวุฒิ
สัญชาติ ทัศนะ ทุราจาร ยายี อุบัติบงสุ์
ชาคร
ธำรง อริยมรรค ทุษฐบรรจง ประลาต ราชมัล
----- -----
ผู้มีจรรยาทำตามแบบแผน การทำลายด้วยการฆ่า
ผลาญชีวิตให้จบสิ้นไป
ด้วยความเกื้อกูลในช่องทาง ซึ่งไม่ควรคิดให้เสื่อมเสีย ชั่วร้าย
ซึ่งทำให้ได้ลาภยศ
รุ่งเรือง สูงศักดิ์ ดั่งมีพิษที่ประพฤติ
เลวทราม
ด้วยความบากบั่น
ขยัน อดทน เบียดเบียนให้เกิดขึ้น จนเป็นเศษฝุ่น ธุลี
ที่มีความสามารถ
เหมาะสม ประทุษร้ายโดยตั้งใจทำ หลบหนีเจ้าพนักงาน
ในตำแหน่ง
หน้าที่ ดั่งความดีที่เกิดขึ้นเอง ผู้มีหน้าที่ทำโทษคน..
เป็นเครื่องรู้เห็น
ด้วยความตื่นอยู่ ทรงไว้
ในทางอันประเสริฐ..
61 62
กลยุทธ์
สุเมธ กุศโลบาย เจตจำนง อารมณ์ เสน่หา
ชัยฉลาย
บร ชำนะพัทธ์ อภิชฌา ถวิล ประณิธาน
กลวิธี
ฉกาจ วิทวัส สุมนัส มโนรถ วิกาล
ประเจกรัตน์
บรรหาน ประสิทธิผล สัตวาล
พิไร อัญมัญญะ
----- -----
การต่อสู้ที่ใช้กลอุบายต่างๆของคน ความตั้งใจมุ่งหมายด้วยความรู้สึกในความรัก
มีปัญญาออกอุบายอันฉลาด ซึ่งอยากได้และคิดถึงในสิ่งที่ปรารถนา
เอาชนะจนแตกหักสลาย พอใจในความใฝ่ฝัน
ทำให้ฝ่ายอื่นแพ้อย่างต่อเนื่องด้วย แม้ยามค่ำคืนในสัปดาห์ทั้งเจ็ดวัน
วิธีพลิกแพลงโดยอาศัยความรู้ ยังร่ำร้องหาซึ่งกันและกัน..
ความชำนาญที่เก่งกาจทางปัญญาเฉพาะตัว
ดั่งของวิเศษที่แสดงออกเป็นผลสำเร็จ..
63 64
ภรต
อานนท์ วรรณนา ทุกขเวทนา ทมน
ดาษดา
วิสาร โสมนัส ทุกข์ทม สมาธิ เวรมณี
วาทศิลป์
หาสะ อนุวัต ขัชกะ ปัจจัย วัตถ์พรหมจารี
ปฏิพัทธ์
เวไนย วิทยาทาน ธชี
ปริพาชก จาริก
----- -----
ผู้แสดงที่ให้ความเพลิดเพลิน ความรู้สึกเจ็บปวดฝึกตน
ด้วยการพูดนึกให้เห็นเป็นภาพ ด้วยความไม่สบายกาย
ไม่สบายใจ
หลากหลายมากไปทั่ว ข่มใจทรมาน
ตั้งมั่นแห่งจิต
การเผยแผ่เบิกบาน
ด้วยการงดอาหารควรเคี้ยว
ในการใช้ถ้อยคำให้ประทับใจ เครื่องอาศัยยังชีพ เสื้อผ้านุ่งห่ม
หัวเราะด้วยความสนุกรื่นเริง และเว้นเมถุน คือ ผู้ถือพรตนักบวชพราหมณ์
ปฏิบัติตามผูกพัน ชายนอกพระพุทธศาสนาในอินเดีย
แนะนำ
สั่งสอน เสริมให้ความรู้.. ผู้เที่ยวไปเพื่อสั่งสอน..
65 66
อานันทนะ
สังคีต พิศวาส เทวสถาน พิมาน
สุรารักษ์
กิตติมาส
ธารานิคุณ ษมา จตุรพักตร์ ตรีโลจน์
วิษณุ
รชนี
ศศี อาภา ตรีมูรติ ฐากูร บรรลุ
รุจิรา
เสสรวล นักขัตฤกษ์ พินทุ ทักษะ วิศวกรรม
----- -----
การรื่นเริงทำให้เพลิดเพลิน ที่ประดิษฐาน เทวรูป
ด้วยการร้องรำทำเพลง ซึ่งเป็นที่อยู่ของเทวดาผู้คุ้มครอง
ซึ่งเป็นเสน่หาในเดือนสิบสอง เช่น พระพรหม พระศิวะ พระนารายณ์
ที่มีน้ำฝนมากที่สุดแห่งปี ผู้มีสามรูป เป็นรูปองค์เทพเจ้าที่เคารพ นับถือ
เวลามืดดวงจันทร์ให้ความสว่าง สำเร็จถึงจุดความเชี่ยวชาญแห่งเทวดา
รุ่งเรืองงาม
หัวเราะเล่น ผู้ชำนาญในการช่าง..
ในงานรื่นเริงตามฤดูกาล..
67 68
นิรุตติ
วัณนา ปฏิญญา สาธุชน ภัทร สัมปทา
วิสัชนา
รังสี เสาวณิต สถาปนา ฤทธิ์ ฐานันดร
โอตตัปปะ
กังวล ประกฤติ กฤดาธิการ จำเริญ สาทร
แผลงฤทธิ์
อาฆาต สันต์ศานติ สถาพร การย์กรัณย์ อัตตา
----- -----
คำพูด
คำอธิบาย ให้คำมั่นสัญญา คนดีประเสริฐเป็นมงคล
โดยสุจริตใจ
ชี้แจงให้คำตอบ ถึงพร้อมด้วยคุณความดี
ซึ่งเป็นแสงสว่างให้ผู้ฟัง แต่งตั้งให้สูงขึ้นตามแรงอำนาจ
มีความเกรงกลัวต่อบาป ในการกำหนดลำดับชั้นบุคคล
ที่มีใจพะวงอยู่กับมูลเดิม ด้วยบารมีอันยิ่งที่ทำไว้ให้งอกงามมากขึ้น
อาละวาด
ด้วยความโกรธ ผูกใจเจ็บ เอาใจใส่ยืนยงในหน้าที่
อยากจะแก้แค้น
ให้สงบลงด้วยความระงับ อันพึงทำแห่งตน..
69 70
นิตยทาน
ยาจก กรุณา อารยชน ไพรัช สกลโลก
เมตตา
อารี อนาถา ปาโมกข์ ประศาสน์ สารัตถะ
เนรนาด
หิรัญ สวรรยา คุณธรรม อรรฆย์ พัฒนะ
ลหุกะ
รังสิมา กฤดาญชลี คุปต์กิระ จริยา
มงคล
----- -----
การให้ทานทุกวันกับคนขอทาน ชนที่เจริญด้วยขนบธรรมเนียมอันดี
สงสาร
คิดจะช่วยให้พ้นทุกข์ ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก หรือผู้เป็นหัวหน้า
ด้วยความปรารถนา
จะให้ผู้อื่นเป็นสุข แนะนำสั่งสอนเป็นที่ตั้ง
แห่งความระลึกถึง
เอื้อเฟื้อ
เผื่อแผ่ ผู้ยากจน เข็ญใจ คุณงามความดีที่มีค่าควรยกย่องให้เจริญขึ้น
ไม่มีที่พึ่ง
ซัดเซ พเนจร ด้วยเงินสมบัติ รักษาให้ด้วยความประพฤติ
เพียงเล็กน้อยที่เป็นดั่งพระอาทิตย์ เป็นสิ่งที่นำมาด้วยความเจริญ..
ให้ความสว่างควรแก่การยกมือไหว้..
71 72
กรรมบถ มิจฉาจริยา สัทธรรม ปริตร อารดี
นยนา
ยลทัศน์ อวิจี ไกรศรี ธรรมนิยม ไตรสิขา
สุราลัย
อาภาส กลี บริกรรม ปิฎก ธรรมธาดา
อภิรดี
โมหะ มิจฉาทิฐิ ปฏิกิริยา สถิต สำรวม
----- -----
ทางแห่งกรรมที่ประพฤติผิด ธรรมของคนดีเป็นเครื่องป้องกัน ต้านทาน
ดวงตามองดูรู้เห็น
นรกเป็นสวรรค์ ด้วยการเว้น
การเลิก การหยุด
มีแสงสว่างเป็นสิ่งร้ายที่ให้โทษ คือผู้ยิ่งด้วยสิริ ประพฤติมีธรรมเป็นที่ตั้ง
น่ายินดี
หลงใหลด้วยความโง่เขลา คือ ศีล สมาธิ
ปัญญา
เห็นผิดเป็นชอบ.. สำรวมใจ สวดมนต์ภวนา
ในหมวดแห่งคำสอน
ในพระพุทธศาสนาของผู้ทรงธรรม
กระทำต่อต้าน ตั้งอยู่ด้วยความระวัง..
73 74
นายิกา
วาสี อิสริยยศ สัมภเวสี หินชาติ เดรัจฉาน
บรรพต ประเจิด วิลาสินี มนุษย์ฐาน ประยูร อาชาไนย
พิริยะ
มฤคราช กุนที อภิชน มโนชญ์ วิชัย
เสาวภาพ
มยุรี อติชาติ อัประไมย วิบาก ชีวิตินทรีย์
----- -----
หญิงผู้เป็นหัวหน้า
ผู้ครองยศอันยิ่งใหญ่ สัตว์โลกผู้แสวงหาที่เกิด
ดั่งภูเขาเชิดสูงขึ้น
เฉิดฉาย งดงามอย่างมีเสน่ห์ บ้างก็มีกำเนิดต่ำเยี่ยงสัตว์
คือ
ผู้เข้มแข็งด้วยความกล้า บ้างก็มีจิตใจสูง เช่น คน
ดั่งราชสีห์พญาสิงโต มีที่รองรับด้วยเชื้อสายเผ่าพันธุ์
ดั่งแม่น้ำที่อ่อนโยนราวกับนกยูง กำเนิดดีในตระกูล เป็นที่พอใจ
คือ
ผู้ที่เลิศกว่าเผ่าพงศ์.. ในชัยชนะมากมายที่นับไม่ได้ของผลแห่งกรรม
แต่ปางก่อนในชีวิต..
75 76
ปรารมภ์
ระลวง สัมพันธ์ เดียรถีย์ ลัทธิ สัทธา
ปิลันธน์
หฤทัย วิชชุตา อวิชชา พยาบาท วรัญญู
ภินท์พิษ
อรินทร์ อสิธารา กิตติศัพท์ ปูชนียะ เวทคู
กาลกิริยา
อสัญญี มลัก อณู ศราวก ไทยธรรม
----- -----
ความรำพึง
ครุ่นคิด เป็นทุกข์ถึงความผูกพัน นักบวชนอกพระพุทธศาสนา
ที่เกี่ยวข้อง เป็นเครื่องประดับของหัวใจ ที่มีคติความเชื่อเห็นน่าเลื่อมใส
ดั่งสายฟ้าทำลายให้แตก
เป็นอันตรายแก่จิตใจ รู้เท่าไม่ถึงการณ์
ผูกใจเจ็บปองร้าย
เหมือนจอมศัตรูใช้คมดาบถึงความตาย ผู้ตรัสรู้ธรรมอันประเสริฐ
คือ พระพุทธเจ้า
หมดความรู้สึกรัก.. มีเสียงสรรเสริญ เล่าลือ น่านับถือบูชา
ด้วยความบรรลุ เป็นพระอรหันต์ที่ละเอียดอ่อน
มีศิษย์สาวก ถวายของทำบุญต่างๆ..
77 78
ศุกลปักษ์
นิศากาล รัชนีกร บุษบง วิกจะ อโณทัย
ประอร
รูจี คคนะ เรืองไร เกษมศานต์ สวนีย
สมิทธ์
อิฐผล จารก อนวัช สัญญี รุจิระ
ศุภร
สันถวะ ศรุติ วิภูษณะ เสาวรภย์ เขมา
-----
-----
ข้างขึ้นเวลามืดซึ่งมีพระจันทร์ ดอกไม้ที่แย้มบาน เมื่อพระอาทิตย์แรกขึ้น
งามสุกใสบนฟ้า
ดั่งความสำเร็จ ด้วยแสงสุกสว่างเหมือนทอง
พร้อมบริบูรณ์เป็นผลที่พอใจ ยินดีชื่นชมด้วยอารมณ์ ดั่งคำไพเราะที่น่าฟัง
มีเหล่าดวงดาว
ส่องแสงงามบริสุทธิ์ ไม่มีโทษ
มีความรู้สึก รู้ได้ด้วยความสวยงาม
ด้วยการชมเชยให้ได้ยิน.. ประดับแต่งส่งกลิ่นหอมให้ความเป็นสุข..
79 80
วีรชน
ปลดแอก อปราชิต อาวาหะ ยุกต์ ประเพณี
อมิตร
พิโมกข์ สวามี สตรี อรนุช ยุวกาล
กษัย
ปริวรรต พฤทธิ์วจี พรหมลิขิต สวาสดิ์ สุขุมาล
ทฤษฎี
อนุสรณ์ มิคสัญญี อภิวันท์ ปิตุมารดา
พงศาวลี
----- -----
ผู้ได้รับการยกย่องว่ามีความกล้าหาญ การแต่งงาน
สมรสถูกต้อง
ทำให้พ้นจากอำนาจให้เป็นอิสระ ตามขนบธรรมเนียม แบบแผนอันดี
ไม่พ่ายแพ้ต่อศัตรู
ด้วยความเปลื้องออก กับผู้หญิงคู่รักของชายหนุ่ม
จากผู้เป็นใหญ่ให้เสื่อมสิ้นไป
ครั้งเวลาที่อำนาจ
หมุนเวียนเปลี่ยนแปลง
กำหนดความเป็นไปของชีวิต
เจริญด้วยคำพูดที่เห็นด้วยใจ
ที่รักใคร่ยินดี อ่อนโยน ละเอียดอ่อน
เป็นเครื่องระลึกถึง
กราบไหว้พ่อแม่ และลำดับเครือญาติ..
ยุคหนึ่งที่มีแต่การรบราฆ่าฟัน..
81
82
กรัชกาย
อนามัย พิจิตร อติมานะ ยโส ปรามาส
เนรมิต
เกษม นิรันตราย คณะบาต ประทุษร้าย วทะ
โรคาพาธ
รางวัล ประกาย อาจาร ปฏิเสธ ศิลานะ
โฉมฉาย
พุฒชันษา ทีฆ วายามะ วิราค อนุเคราะห์
----- -----
ร่างกายที่ไม่มีโรคต่างๆ
ความเย่อหยิ่ง ไว้ยศ ถือตัว
บันดาลให้เกิดขึ้นด้วยความสุขสบาย ดูถูกกลุ่มคนให้ตกไป
ทำให้เสียหายด้วยคำพูด
ปลอดภัยจากอันตราย
และความประพฤติไม่ยอมรับ
ปราศจากความเจ็บไข้ได้ป่วย เหมือนคนเจ็บ พยายามบากบั่น
เหมือนสิ่งของที่ได้มาโดยความชอบ
ไม่ใยดีต่อความช่วยเหลือ..
ดั่งแสงที่กระจายออก
จากรูปงามสดใส
แข็งแรงด้วยอายุยั่งยืนนาน..
84 85
จินตนาการ
ทรรศนะ กรรมาร นิคาหก วิมน ปฏิฆะ
บรรทัดฐาน
บทจร ประสิทธิภาพ อันธ โศภิน สุขาวดี
วิชาชีพ
องค์ประกอบ ทายาด อนล สันดาป พาณี
ซึมทราบ
วจีกรรม สำเร็จ อเวจี ผรุสวาท อัปมงคล
----- -----
การสร้างภาพขึ้นในใจ
แสดงการเห็นช่องทาง ผู้ใช้วาจาหยาบด้วยความไม่พอใจ
เป็นแบบแผนสำหรับยึดเป็นแนวปฏิบัติ ขึงเคียด
คับแค้น เหมือนตาบอดมืด
เดินไปด้วยความสามารถที่ทำ มองไม่เห็นสิ่งที่งดงามแห่งสวรรค์
ให้เกิดผลในการทำงาน
แดนอันมีความสุข
ซึ่งต้องอาศัยความรู้
ความชำนาญ แต่ไฟที่เผาด้วยความร้อน
คือ เสียงในขุมนรก
และส่วนต่างๆ
มาประกอบกัน เป็นคำหยาบซึ่งปราศจากสิ่งความเจริญ..
ทำให้เป็นรูปขึ้นได้ยิ่งยวด
รู้ละเอียดในการกระทำ
ด้วยการพูดได้ถึงผลสมประสงค์..
85 86
กาฬวาต
ประพาต หายนะ ผลาผล วรรธนะ ภูรี
ผลาญมร
กัมป วิกฤติกาล กฤษฎี สมาบัติ วสี
โลกาวินาศ
มหรรณพ ประสาร วิปัสสนา ญาณ ศาสนีย์
ปลงสังขาร
อัคคีภัย ธรณี วิภาวี อันโตชน สากิยบุตร
----- -----
ลมพายุใหญ่ที่พัดทำความเสียหาย ลูกไม้น้อยใหญ่ที่เจริญงอกงามด้วยปัญญา
ทำลายให้หมดสิ้นถึงความตาย ความฉลาดในรูปที่ถึงการบรรลุฌาน
อีกแผ่นดินไหวที่มีเหตุการณ์ร้ายแรง ผู้ชำนาญแห่งความชำนะตนเองด้วยใจ
ให้สูญสิ้นความเจริญ
และทะเลใหญ่ อันสงบเห็นแจ้งหยั่งรู้
สมควรให้สั่งสอน
ขยายออกเห็นว่าจะต้องตายแน่ คือ ผู้รู้แจ้งดั่งนักปราชญ์
เมื่อไฟไหม้
พื้นแผ่นดินโลก.. ผู้อยู่ในตระกูลสาวกพระพุทธเจ้า..
88 89
สภาพธรรม
คามภีร์ เจตสิก ศราทธพรต สังคีติ มาฆบูชา
บุณฑริก
วิกจะ อังศุมาลี ทักษิณา ชินบุตร บริขาร
บุพเพสันนิวาส
สมปฤดี เสาวคันธ์ มตก สำราญ
ศรวณีย์
ฉันท์ กานต์ยุคล นฤมาณ ทิวงคต สุคติ
----- -----
หลักแห่งความเป็นเองที่ลึกซึ้ง พิธีทำบุญให้แก่ญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว
ด้วยอารมณ์ที่เกิดกับใจ
ดั่งบัวขาว ด้วยการสวดพร้อมกันในวันเพ็ญ แย้มบานให้พระอาทิตย์ที่เคยเป็น เดือนสามกับของทำบุญพระสงฆ์
เช่นเนื้อคู่อยู่ร่วมกันในชาติก่อน เป็นเครื่องใช้สอยของพระในพุทธศาสนา
ด้วยความรู้สึกตัวที่ควรได้ยิน คือ เครื่องกลิ่นหอมให้ผู้ตายแล้ว
กับสิ่งที่น่าฟังให้ความพอใจ มีความสุขสบายด้วยการสร้างทำ
รักใคร่และยินดี
เป็นที่รักในคู่ทั้งสอง.. ให้ไปสู่สวรรค์ภูมิที่มีความสุข..
89 90
บุญญาภินิหาร
ผลานิสงส์ คันธมาทน์ ดงดาน
อันธิกา
ผจง
อภินิหาร ปรากฏ ดารา บงก์โอฆ ถ่องมัจฉะ
พิทักษ์
วิวรรธน์ ประสบ สกรรจ์ โศภิต สรีระ
โชติบถ
อันธการ คุณลักษณะ ปกิณกะ อภิญญา เอตทัคคะ
----- -----
บุญที่ให้สำเร็จได้ตามปรารถนา ภูเขาป่าทึบ ยังมีแสงสว่าง
ด้วยความไหลออกแห่งผล กลางคืนเวลาค่ำ
ยังมีดวงดาว
ตั้งใจทำให้ดี
มีอำนาจบุญบารมีที่สร้างทำไว้ เปลือกโคลนตมในห้วงน้ำ
ยังใสชัดมีหมู่ปลา
สำแดงออกมาให้เห็น ความดุร้ายกับความดีงามในร่างกายที่คละกัน
คุ้มครองให้ความเจริญรุ่งเรือง ดั่งความรู้ยิ่งเป็นผู้ยอดเยี่ยม
ได้พบความสว่างในทางที่มืดมน ใช้ในทางใดทางหนึ่ง..
จากเครื่องชี้ให้เห็นความดี..

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
บทกวีแปลความหมาย ประพันธ์โดย - คมกฤช จันทราสา หนึ่งบทกวี กับการแปลความหมายอย่างละเอียดอ่อน ลึกซึ้ง เข้าใจง่าย ศิลปแห่งบทกวีกับการอ่านที่ให้ความไพเราะ